5 เคล็ดลับพลังชีวิตกับข้อคิดจากบ้านฮานะจัง

1400297_1132706283427263_3254696265419858939_o.jpg

แอดมินได้ยกขโยงไปดูภาพยนตร์เรื่องฮานะจัง รอบสื่อมวลชน ที่ผ่านมาแล้วประทับใจน้ำตาซึม แถมได้ข้อคิดติดใจมากอีกโข เลยขอบันทึกไว้แบ่งปันกันดังนี้จ้า

1. รักแล้วต้องแสดงออกนะพ่อแม่

พ่อแม่คนไหนไม่รักลูกบ้าง ไม่มี๊ไม่มี เพราะกว่าจะมีลูกกับเขาหนึ่งคน ต้องแลกกับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การสละตำแหน่งงานที่กำลังไปได้สวยเพื่อออกมาเป็นแม่บ้าน ยอมเจ็บตัวปั๊มนมทุก 4 ชั่วโมงเพื่อให้ลูกได้กินนมแม่ ฯลฯ กระทั่งการเสี่ยงชีวิตกับการ ‘คลอดลูก’ ภายใต้ข้อจำกัดของสุขภาพเพียงเพื่อสร้างชีวิตน้อยๆ ขึ้นมา (risk a life to make a life) อย่างในหนังเรื่องนี้

เพียงแต่บางคนแสดงออกมาก บางคนแสดงออกน้อย บางคนก็ไม่ชอบแสดงออกจึงทำให้บางครั้งเด็กๆ ไม่อาจรับรู้ หรือเข้าใจผิดไปเองว่าพ่อแม่ไม่รัก ปัญหาจึงอยู่ที่วิธีปฏิบัติมากกว่า

ถ้าความรักสามารถเป็นกำลังใจให้กับคนคนหนึ่งได้ การแสดงออกซึ่งความรักก็เป็นรูปธรรมกว่ามากและเป็นเหมือนสายใยพลังชีวิตที่เกี่ยวโยงเด็กกับครอบครัวไว้ ไม่ว่าจะช่วงเวลาใดของชีวิต เหมือนที่ฮานะจังตัวจริงกล่าวถึงแม่ว่า แม่ของเธอเป็นคนดุ แต่เธอก็คิดถึงแม่ของเธอทุกวัน ดังนั้น มาแสดงออกความรักต่อกันให้มากขึ้นอีกนิดกันเถอะค่ะ

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ: หมั่นแสดงออกความรักให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ผ่านการสัมผัส กอด หอม ชมเชยและใช้คำพูดแสดงความรู้สึกอย่าง “พ่อ/แม่เข้าใจหนูนะ” “พ่อ/แม่อยู่กับหนูตรงนี้นะ” “พ่อ/แม่รู้ว่าหนูรู้สึกอย่างไร” และใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูกๆ ให้มากที่สุด

 

2. แคร์ความรู้สึกของลูกตัวเล็กๆ

ฮานะจังเป็นตัวแทนของเด็กที่เติบโตท่ามกลางบรรยากาศที่มั่นคง สงบ ปลอดภัย แม้ครอบครัวจะต้องเผชิญกับวิกฤตโรคร้ายก็ตาม แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยทำให้ฮานะจังรู้สึกถูกละเลย ทอดทิ้ง

ความรู้สึกเป็นที่รักและรับรู้ว่ามีผู้ใหญ่ที่สามารถพึ่งพิงได้ เป็นความรู้สึกพื้นฐานสำคัญที่เด็กๆ ทุกคนควรได้รับการอุ้มชูดูแลจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะในช่วง 5 ขวบแรกของชีวิต เด็กที่เติบโตมาในบรรยากาศปกติสุขจะมีจิตใจที่เข้มแข็ง สุขภาพจิตที่ดี มีภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ ติดตัวไปจนโต นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าแม้ลูกจะตัวเล็ก แต่เด็กๆ ก็มีหัวใจ ดังนั้นอย่าลืมดูแลความรู้สึกของพวกเขาด้วยนะคะ

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ: ใส่ใจและถามไถ่ความรู้สึกของลูก ชอบไหม แบบไหนดี ไม่ทะเลาะและทำร้ายกันต่อหน้าเด็กๆ และอย่ายุ่งจนลืมให้เวลากับลูก

 

3. มองโลกเหมือนเด็กบ้าง

วิธีการมองปัญหา การยิ้มสู้กับอุปสรรค และการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เป็นหัวใจสำคัญในการเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองในเวลาท้อหรือรู้สึกผิดหวัง เป็นเกราะป้องกันภัยทางจิตใจที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ

“ความทุกข์อยู่กับเราไม่นาน แล้วความสุขก็จะผ่านเข้ามาอีกครั้ง” ในหนังได้สอดแทรกอารมณ์ขันและการมองโลกในแง่ดีให้เราได้เรียนรู้และซึมซับตลอดทั้งเรื่อง และชวนให้เรามองโลกผ่านแว่นของเด็ก หัวเราะไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตามแกนนำนักขำอย่างฮานะจัง และคุณพ่อชินโกะ

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ: ปล่อยให้เด็กๆได้เผชิญกับความผิดหวัง ล้มเหลวบ้าง เมื่อเจอกับปัญหา ลองชวนกันคิดในแง่บวกและมองในมุมอื่น เช่น ฝนตกไม่สามารถออกไปเล่นนอกบ้านได้ ก็ลองคิดหากิจกรรมในร่มที่สนุกไม่แพ้กันมาเล่นแทน

 

4. ใช้ชีวิตอย่างวันสุดท้าย

พ่อแม่มักมองว่าลูกทุกคนเป็นเด็กและคิดว่า เรื่องนั้นยังไม่ควรรู้ เรื่องนี้ยังไม่ควรดู เรื่องโน้นยังไม่ควรสอน หนังเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงมุมมองการเลี้ยงลูกและชวนให้ตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วเราต้องเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กอยู่เสมอหรือไม่ และถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา ลูกจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้เองอย่างไร

ฮานะจัง เป็นเด็กอายุ 5 ขวบที่สามารถพับผ้า ทำความสะอาดห้องครัว ทำอาหาร และจัดเตรียมสิ่งต่างๆ ในแต่ละวันได้ด้วยตนเอง โดยมีคุณแม่ของเธอเป็นเหมือนเมนเตอร์ที่ทุ่มเทถ่ายทอดสอนสั่งให้ตั้งแต่ยังเด็ก เพราะต้องการฝึกให้ลูกให้ทำอะไรด้วยตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ว่าวันหนึ่งเมื่อฮานะจังต้องอยู่เพียงลำพัง จะได้สามารถดูแลตัวเองได้นั่นเอง

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ: สนับสนุนการช่วยเหลือตัวเองของเด็กๆ โดยเริ่มจากกิจวัตรประจำวัน และเพิ่มความท้าทายใหม่ๆ เข้าไปทีละขั้น และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เขาสนใจอยากช่วยเหลือ

5. นอนเร็ว ตื่นเช้า กินข้าวกล้อง

ความประทับใจอีกอย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงเลยคงไม่ได้คือ ฮานะจังเป็นเด็กอนุบาลน้อยคนมากที่กินข้าวกล้อง ซุปมิโสะ และมีเมนูโปรดคือ ผักดอง และปลาย่าง ทึ่งเลยใช่ไหมคะ

บ้านฮานะจัง ให้ความสำคัญกับการกินดีและนอนพักผ่อนให้เพียงพอเป็นอย่างมาก สังเกตจากการปรับเปลี่ยนวิถีการกินหลับจากเดิมมาเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เน้นผัก ปลา ข้าวกล้อง และเข้านอนเร็วตื่นแต่เช้า

เพราะอาหารการกินที่เข้าปากทุกวันนั้นส่งผลต่อสุขภาพของเราได้อย่างมหาศาล และการพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่หลายบ้านมองข้ามไป คุณแม่ของฮานะจังจึงฝากให้เราฉุกคิดถึงเรื่องเหล่านี้และปรับเปลี่ยนมันให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นเพื่อร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรค เมื่อร่างกายดี จิตใจก็ดี สมองก็จะปลอดโปร่งพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ: พาเด็กๆ เข้านอนแต่หัวค่ำ ทำอาหารกินเองในครอบครัว หลีกเลี่ยงของทอด มัน เพิ่มผักเข้าไปในมื้ออาหาร และให้เด็กๆ มีส่วนร่วมตั้งแต่การเลือกผัก คิดเมนู ลงมือทำ จะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกสนุกและเปิดใจกับอาหารคลีนเหล่านี้ได้มากขึ้น

ไม่น่าเชื่อนะคะว่าหนังเรื่องนี้นอกจากจะบอกเราว่า #‎ความเสียใจอาจผ่านมาและผ่านไป‬ ‪#‎แต่ความรักจะอยู่ในใจเราเสมอ‬ แล้วยังให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังและกินใจอีกมากมาย สำหรับใครที่อ่านแล้วยังไม่จุใจ อยากไปสัมผัสไอรักผ่านซุปอุ่นๆ ถ้วยนี้ เรียนเชิญที่โรงภาพยนตร์วันที่ 17 มีนาคมนี้ เป็นต้นไปค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s